รับปรึกษาปัญหาแรงงานต่างด้าว พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา ครบวงจร

รับปรึกษาปัญหาแรงงานต่างด้าว ครบวงจร

LightBlog

Breaking

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

แรงงานต่างด้าวกับงานเกษตร






     ประเทศไทยนั้น มีภาคการเกษตรเป็นพื้นฐานของการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจมาตั้งแต่อดีต การผลิตต่างๆ ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร โดยเฉพาะสาขาพืช สาขาปศุสัตว์ สาขาประมง และสาขาอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากประมง จากผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าความต้องการแรงงานต่างด้าวในภาคการเกษตรในอนาคตนั้นจะมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารแรงงานต่างด้าว จึงควรหาแนวทางและมาตรการในการบริการจัดการแรงงานต่างด้าวให้เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในภาคการเกษตรและไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ด้านการทำงานของคนไทยและความมั่นคงของประเทศในอนาคต

     ปัญหาแรงงานต่างด้าวในภาคการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่าง จันทบุรี ระยอง ตราด ซึ่งปกติจะใช้แรงงานต่างด้าวเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรประจำฤดูกาลทุกปีรวมทั้งหมดทั่วประเทศประมาณกว่า 2 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นการเข้ามาอยู่อาศัยชั่วคราว หรือมาเช้าเย็นกลับ เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาข้อกฎหมาย จากที่กำหนดให้ต่างด้าวยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยชั่วคราว ในช่วงระยะเวลาหรือตามฤดูกาลที่กำหนด เฉพาะการทำงานภายในท้องที่ที่อยู่ติดกับชายแดนหรือท้องที่ต่อเนื่องกับท้องที่ดังกล่าว โดยแสดงเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางต่อนายทะเบียนกรมแรงงาน จากเดิมที่ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เป็นผู้ออกเอกสาร เป็นให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการแทน เนื่องจาก สตม.ระบุว่าไม่มีอำนาจออกหนังสือดังกล่าวให้แรงงานต่างด้าว 

   คนงานในภาคเกษตรปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานข้ามชาติ หรือคนไทยต่างก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย คุ้มครองแรงงานของไทยอย่างเต็มที่นัก โดยเฉพาะเมื่อ พิจารณาถึงเงื่อนไขในการทำงาน นโยบายหลักในการดูแล แรงงานข้ามชาติในภาคเกษตรเป็นเรื่องของการจดทะเบียน แรงงานข้ามชาติ ซึ่งให้สถานะที่ถูกกฎหมายชั่วคราวแก่ตัว แรงงาน ให้สามารถอยู่และทำงานได้ในประเทศไทย  เป็นการคุ้มครองแรงงานอย่างหนึ่ง แต่ก่อนปี 2547 นั้น มีเพียงกิจการฟาร์มขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถจ่ายค่า จดทะเบียนแรงงานได้ สำหรับกิจการขนาดเล็ก (เช่น สวน ผัก)  ซึ่งมีกำไรน้อยไม่สามารถจ่ายค่าจดทะเบียนให้แก่ แรงงานได้ 16 การที่ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถรับ ภาระต้นทุนในการจดทะเบียนแรงงานได้หมายถึงแรงงาน ข้ามชาติจำนวนมากไม่ได้จดทะเบียนที่ทำงานอยู่ในภาค เกษตรกรรม นับแต่ปี 2547 เป็นต้นมา กระทรวงแรงงาน เห็นปัญหาของการจดทะเบียนแรงงานดังกล่าว และลด ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนลง รวมทั้งให้ตัวแรงงาน สามารถเปลี่ยนนายจ้างได้17 นอกจากนั้น การจดทะเบียน ในปัจจุบันกำหนดให้แรงงานต้องประกันสุขภาพและมีช่วง เวลาที่สั้นลงสำหรับงานตามฤดูกาลอีกด้วย

    งานในภาคเกษตรกรรม ได้รับค่าแรงต่ำ ไม่มีความแน่นอนในการทำงานเพราะเป็นงานตามฤดูกาล นอกจากนี้แรงงานในภาคเกษตรกรรมยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทย ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ การไม่ได้รับค่าแรงจากนายจ้าง เนื่องจากนายจ้างจะใช้วิธีการบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายค่าแรง ด้วยการอ้างว่าหักค่าใช้จ่ายจากส่วนอื่นๆแล้วหรือบางครั้งใช้วิธีการแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุมแรงงานเหล่านี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น