รับปรึกษาปัญหาแรงงานต่างด้าว พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา ครบวงจร

รับปรึกษาปัญหาแรงงานต่างด้าว ครบวงจร

LightBlog

Breaking

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

แรงงานต่างด้าวกับงานรับใช้ในบ้าน





    กระทรวงแรงงานไทยนิยามคนรับใช้ในบ้านว่า หมายถึง บุคคลที่ทำงานบ้าน  เช่น ทำความสะอาด ล้างจาน ซักรีดเสื้อผ้า หากคนรับใช้ในบ้านทำงานอย่างอื่นให้นายจ้าง เช่น ร้านอาหาร ร้านขายก๋วยเตี๋ยว หรือร้านขายของชำ ก็ไม่ถือเป็นคนรับใช้ในบ้าน

      คนรับใช้ในบ้านเป็นอาสาสมัคร และงานที่ทำนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือไม่มีคุณค่าใดๆ ในกรณีนี้งานรับใช้ในบ้านไม่ถือว่าเป็นงานที่ช่วยเพิ่มผลผลิตมวลรวมในประเทศของไทย  ทั้งที่จริงแล้ว  คนรับใช้ในบ้านนั้นมีส่วนในการช่วยผลักดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  ด้วยการสนับสนุนครอบครัวของนายจ้าง และในทางวัฒนธรรมแล้ว คนรับใช้ในบ้านยังมีส่วนช่วยสังคมที่ตนเองอาศัยอยู่และทำให้บ้านดูดีขึ้น  แต่กฎหมายต่างๆก็ยังไม่ครอบคลุมพอที่จะคุ้มครองสิทธิของคนรับใช้ในบ้านอย่างใด

     กระทรวงแรงงานได้ออกกฎกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 14 (2555) ออกตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 55 เพื่อคุ้มครองผู้ใช้แรงงานรับใช้ในบ้านโดยไม่เลือกว่าจะเป็นแรงงานที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งครอบคลุมแรงงานทั้งชาวไทยและแรงงานข้ามชาติ ทั้งนี้แรงงานรับใช้ในบ้านจะได้รับสิทธิคุ้มครองเพิ่มเติม 7 ข้อด้วยกันคือ

1. ลูกจ้างต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน

2. นายจ้างต้องกำหนดวันหยุดตามประเพณี ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน ซึ่งรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย และหากวันหยุดตามประเพณี ตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้ลูกจ้างหยุดเป็นวันหยุดชดเชย เพิ่มอีก 1 วัน

3. ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละไม่เกิน 6 วันทำงาน

4. ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาป่วยตามที่ป่วยจริงได้ และหากลา 3 วันขึ้นไป นายจ้างสามารถขอใบรับรองแพทย์ยืนยันจากลูกจ้างได้

5. กรณีลูกจ้างเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้กับ เด็กโดยตรง

6. ลูกจ้างที่ทำงานในวันหยุด ต้องได้รับเงินค่าจ้างด้วย

7. ลูกจ้างต้องได้ค่าจ้างในวันที่ลาป่วย โดยไม่เกิน 30 วันทำงาน

   ในอนาคตมีแนวโน้มความต้องการใช้แรงงานแม่บ้านต่างด้าวมากขึ้น เพราะมีอัตราค่าจ้างที่ต่ำกว่าแรงงานแม่บ้านชาวไทย อย่างไรก็ตาม แรงงานแม่บ้านชาวต่างด้าวก็ยังถือว่าสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับในอดีต ทั้งนี้ เพราะได้รับประโยชน์จากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท อีกทั้งยังได้รับการคุ้มครองในเรื่องประกันสังคมจากกฎหมายแรงงานของไทยอีกด้วย

  งานรับใช้ในบ้าน แรงงานต้องทำงานตั้งแต่เช้าจนค่ำมืด บางรายทำงานบ้านแล้วยังต้องทำงานในร้านขายของหรือทำงานในบ้านญาติของนายจ้าง โดยได้รับค่าแรงจากนายจ้างคนเดียว แรงงานที่ทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านส่วนใหญ่มักถูกห้ามมิให้ติดต่อกับคนภายนอก โดยนายจ้างจะให้เหตุผลว่ากลัวแรงงานนัดแนะให้คนข้างนอกเข้ามาขโมยของในบ้าน รวมทั้งอาจจะถูกนายจ้างดุด่าว่ากล่าวอย่างรุนแรงรวมถึงการทำร้ายร่างกายด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น